สกลนคร-นครพนม เที่ยวเมืองรองซักสองสามวัน EP.1: “สกลนคร” เมืองเล็กๆแต่ได้ใจเราไปทั้งดวง

เมืองรองนอกสายตาอย่างสกลนคร และนครพนมที่ใครๆอาจจะมองข้าม ไม่เคยอยู่ในหัวมาก่อนว่ามีอะไรให้เที่ยว แต่พอเราได้มาสัมผัสแล้ว บอกได้เลยว่าที่นี่มีดีเยอะจริงๆ ทั้งอาหารการกิน หรือจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมก็มีครบ แถมชาวบ้านคนท้องถิ่นที่นี่ยังน่ารักมากๆอีกด้วย … ตามพวกเรามาค่ะ พวกเราจะพาคุณไปเที่ยวสกลนครและนครพนมแบบเอ็กซ์คลูซีฟกัน

One comment

เมืองรองนอกสายตาอย่างสกลนคร และนครพนมที่ใครๆอาจจะมองข้าม ไม่เคยอยู่ในหัวมาก่อนว่ามีอะไรให้เที่ยว แต่พอเราได้มาสัมผัสแล้ว บอกได้เลยว่าที่นี่มีดีเยอะจริงๆ ทั้งอาหารการกิน หรือจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมก็มีครบ แถมชาวบ้านคนท้องถิ่นที่นี่ยังน่ารักมากๆอีกด้วย … ตามพวกเรามาค่ะ พวกเราจะพาคุณไปเที่ยวสกลนครและนครพนมแบบเอ็กซ์คลูซีฟกัน

พวกเราเดินทางจากกรุงเทพ ด้วยสายการบินนกแอร์ ไฟลท์เช้าตรู่ตอน6.10น. ใช้เวลาเพียง1ชั่วโมง10นาที เท้าพวกเราก็มาเหยียบที่สนามบินสกลนคร ถึงแม้จะง่วงนิดๆ แต่ข้อดีก็คือเราสามารถเที่ยวชิลๆได้หลายที่เลย

อากาศของไทยในช่วงนี้เริ่มเข้าหน้าฝนแล้ว ฝนตกปรอยๆให้เย็นชุ่มฉ่ำหัวใจ กลิ่นดิน กลิ่นฝนทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายจากการอาศัยอยู่แต่ในกรุงเทพ เมืองใหญ่ที่มองไปทางไหนก็มีแต่ตึกสูงระฟ้า ฟ้าหมองๆ ถึงจะไม่สดใสเท่าช่วงซัมเมอร์ แต่เที่ยวช่วงนี้ผิวไม่เกรียมแดดแน่นอน ใครมาเที่ยวช่วงหน้าฝนก็อย่าลืมพกร่มติดตัวมาด้วยหละ

“สกลนคร” เมืองเล็กๆแต่ได้ใจเราไปทั้งดวง

เลิศรสไข่กะทะ – ครามสกล – ฟาร์มฮัก – พญาเต่างอย – ปากหม้อปารีส – พระธาตุเชิงชุม – เดอะเตาถ่านพรีเมี่ยมโคขุนโพนยางคำ – อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล – คฤหาสน์อุดมเดชวัฒน์


เริ่มต้นวันด้วยมื้อเช้าสไตล์เวียดนาม ที่ เลิศรสไข่กะทะ ร้านดังของชาวสกล มีให้เลือกทั้ง ไข่กะทะทรงเครื่อง ขนมปังยัดไส้ ข้าวต้ม ต้มเลือดหมู แต่ที่ถูกใจเราที่สุดต้องยกให้ข้าวเปียกเส้น หรือที่ส่วนใหญ่เราจะรู้จักกันในชื่อก๋วยจั๊บญวณ ตัวเส้นนุ่มหนึบ น้ำซุปรสชาติกลมกล่อม ทานคู่กับหมูยอ กระดูกหมู ต้นหอม ผักชี หอมเจียว ดีต่อใจมากมาย

เมื่อท้องอิ่มแล้ว เราก็มีแรงทำกิจกรรมกันต่อ โดยจุดหมายต่อไป เราแวะกันที่ ครามสกล นอกจากจะเป็นร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆจากผ้าคราม ไม่ว่าจะเป็น เสื้อ เน็คไท ตุ้มหู กระเป๋า หมวก ผ้าคลุมไหล่ ตุ๊กตา พวงกุญแจ หรือจะเป็นของชิ้นใหญ่ๆอย่างปลอกหมอน ไปจนถึงผ้าคลุมเตียงแล้ว ที่นี่ยังมีเวิร์คชอปDIY ทำผ้าครามกันด้วย เราสามารถเลือกทำผ้าเช็ดหน้า ผ้าพันคอ กระเป๋า หรือเสื้อก็ได้ ใครสะดวกแบบไหน จัดได้ตามใจชอบเลย

“การย้อมคราม” ภูมิปัญญาพื้นบ้านที่อยู่คู่กับสกลนครมาอย่างยาวนาน วัตถุดิบต่างๆในการย้อมครามจะมาจากธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีใดๆ ผ้าที่ใช้ย้อมส่วนใหญ่จะเป็นผ้าที่มาจากธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน ย้อมโดยไม่ต้องตั้งไฟหรือที่เรียกว่าการย้อมเย็น เรียกได้ว่าเป็นกระบวนการที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติมากๆ โดยผ้าครามสีจะไม่ตกด้วยนะ สีติดทนนาน แถมยังมีคุณสมบัติป้องกันแสงยูวีอีกด้วย เหมาะกับเมืองร้อนแดดแรงอย่างบ้านเราที่สุด

การเวิร์คช็อปย้อมผ้าคราม จะใช้เวลาประมาณ2-3ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จะอธิบายตั้งแต่เรื่องประวัติการใช้ครามในชุมชน การเก็บ และการนำครามมาใช้ย้อมผ้า บอกเลยว่ากว่าจะได้ครามมาเนี่ย เค้าต้องเลี้ยงดูครามเหมือนลูกเลยหละ ประคบประหงมให้อาหารต่างๆ เพื่อให้ครามสามารถนำไปย้อมผ้าได้

นี่งัย อาหารของคราม มีทั้งน้ำตาล และใบไม้ชนิดต่างๆ ซึ่งสูตรน้ำย้อมนี้จะแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น เรียกว่าของใครของมันนะจ๊ะ

ในส่วนของการทำลวดลายบนผ้านั้น จะมีเทคนิคการมัดหรือการปัก อาจใช้วัสดุต่างๆ เช่น ลูกปัด หรือไม้ เพื่อให้เกิดลวดลายที่ต้องการ โดยเจ้าหน้าที่บอกเลยว่า การทำลวดลายขึ้นมา จะทำได้เพียงครั้งเดียว การย้อมครั้งต่อไปก็ไม่สามารถย้อมลวดลายที่เหมือนเดิมเปี๊ยบกับครั้งแรกได้ เรียกได้ว่าผ้าย้อมครามของเรามีชิ้นเดียวในโลกอย่างแน่นอน

มาเริ่มมัดกันค่ะ เทคนิคที่สำคัญที่สุดในการมัดย้อม คือจะต้องรัดในส่วนที่ต้องการเกิดลวดลายให้แน่นที่สุดเพื่อให้เกิดลวดลายที่ชัดเจน ถ้ารัดไม่แน่นลายอาจจะไม่ชัด หรือกลายเป็นผ้าครามทั้งผืนไปเลยก็มี ทำเสร็จก็ต้องมาลุ้นกันว่าจะออกมาเป็นแบบไหนบ้าง สวยอย่างที่ตั้งใจไว้รึเปล่า

การบีบๆนวดๆผ้าจะเป็นการบรรจุเม็ดสีครามเข้าสู่ภายในเส้นใย เมื่อนำขึ้นมาโดนอากาศแล้ว ครามจะทำปฏิกริยาออกซิไดท์เป็นเม็ดสีขึ้น จำนวนและเวลาในการบีบก็ส่งผลต่อความเข้มของผ้าที่ย้อมด้วยนะ ใครอยากได้ผ้าเข้มหรืออ่อนก็อยู่ที่ขั้นตอนนี้แหละ

ในการเรียนย้อมครามในวันนี้ เราได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนในชุมชน และยังส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ วัดความเป็นartistในตัวคุณอีกด้วย ใครมีลูกจูงลูก มีหลานจูงหลานมาเถอะ ไม่ว่าอายุเท่าไหร่ เราว่าคุณจะประทับใจเวิร์คช็อปนี้อย่างแน่นอน

สำหรับใครที่ไม่มีเวลาเข้าเวิร์คชอปก็สามารถเลือกซื้อเลือกหาผลิตภัณฑ์ย้อมครามต่างๆ ภายในร้านกลับไปเป็นของฝากได้เช่นเดียวกัน ผ้าที่นี่เค้าส่งออกไปถึงญี่ปุ่นด้วยน้า

หลังจากใช้แรงทำผ้าครามไปเยอะ เที่ยงนี้เราแวะพักทานข้าวเที่ยงกันที่ร้าน ฟาร์มฮัก มาถึงเมืองโคขุน ก็ต้องจัดเนื้อชุดใหญ่ สำหรับร้านนี้ ทางร้านเค้ามีฟาร์มเลี้ยงโคขุนเป็นของตัวเอง เลี้ยงดูเป็นอย่างดี เพื่อให้ได้เนื้อที่นุ่ม มีไขมันแทรกอยู่โดยไม่ใช้ฮอร์โมนใดๆ จานที่ประทับใจเรามากที่สุดต้องยกให้ กะทะร้อนเนื้อทองคำลูกผสมวากิว เนื้อดี รสชาติแน่นจนไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มเพิ่มอีก จานนี้ที่โต๊ะสั่งซ้ำมา3รอบได้ เรียกว่าอร่อยจริงๆจ้า เอาเป็นว่า..ให้ภาพเล่าเรื่องละกันเนอะ

หลังจากอิ่มท้อง ก็ได้เวลาของสายมูกันบ้าง จุดหมายต่อไปของเราคือ พญาเต่างอย บางคนเคยได้ยินเพลงเต่างอยของจินตหรา พูนลาภแล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเต่างอยแปลว่าอะไร โดยเมื่อราว 400 ปีก่อน ไทยได้ทำสงครามกับลาว คนลาวพ่ายแพ้จึงถูกกวาดต้อนมาอยู่ในประเทศไทย เมื่อเดินทางมาถึงลำน้ำพุง ซึ่งเป็นลำน้ำขนาดใหญ่ และมีเต่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก คนในสมัยก่อนเห็นว่าบริเวณนี้น่าจะมีพืชพันธ์ธัญญาหารที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเป็นที่อยู่อาศัย จึงได้ตั้งถิ่นฐานขึ้น โดยตั้งชื่อว่า “หมู่บ้านเต่างอย” ตามสถานที่พบเห็นเต่าที่กำลังลอยริมฝั่งแม่น้ำ ส่วนคำว่า “เต่างอย” หมายถึง เต่าที่อยู่บนที่สูงหรืออยู่ริมตลิ่งหรือโขดหิน  

หลังจากนั้นชาวบ้านและทางราชการต้องการที่จะสร้างสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของอำเภอเต่างอยขึ้นมา จึงได้ให้ช่างปั้นจากศูนย์ฝึกศิลปาชีพบ้านกุดนาขามมาสร้างรูปปั้นเต่ายักษ์ไว้บริเวณสวนสาธารณะหลังที่ทำการอำเภอเต่างอยแห่งนี้ ตัวพญาเต่างอยมีขนาดใหญ่ เกล็ดบนหลังมีรูปพระเกจิอาจารย์ประดับตกแต่ง บนหลังประดับดอกบัวปั้น ในดอกบัวมีสร้อยทอง พระ ของขลังต่างๆบรรจุอยู่ ชาวบ้านที่มากราบไหว้เชื่อว่าจะทำให้ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย อายุยืนเหมือนกับเต่า หลายๆคนมีโชคมีลาภ ถูกล็อตเตอรี่กลับไปก็เยอะ …ถ้าใครไปไหว้แล้วถูกล็อตเตอรี่อย่าลืมมาบอกเลขเด็ดเราบ้างนะ ^_^

พญาเต่างอยที่ชาวบ้านชอบมาขอเลขเด็ด เรามาก่อนวันหวยออกนิดหน่อยเลยมีคนมาไหว้สักการะเยอะเชียว
พี่คนขับรถบอกว่ามีคนถูกล็อตเตอรี่ติดกันหลายงวดอยู่เหมือนกันนะ

หลังจากสักการพญาเต่างอยเสร็จ เรามาพักเบรคกันเล็กน้อยด้วย ร้านปากหม้อปารีส อาหารญวณรสเด็ดประจำสกลนคร ด้วยจังหวัดสกลนครมีชาวไทยเชื้อสายเวียดนามอาศัยอยู่จำนวนมาก ทำให้แถบนี้มีร้านอาหารญวณขึ้นชื่อหลายๆร้าน

ชื่อ”ปากหม้อปารีส” มีที่มาจากแต่ก่อนร้านตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงหนังปารีส ถึงแม้ปัจจุบันโรงหนังไม่อยู่แล้ว แต่ชื่อนี้ยังติดปากลูกค้าที่แวะเวียนมาอยู่เสมอ

เมนูที่ร้านจะมีอยู่ทั้งหมด 6เมนู ได้แก่ ข้าวเกรียบกรอบ ทั้งแบบธรรมดาและแบบใส่ไข่ ลักษณะคล้ายๆกับพิซซ่าเวียดนาม ตัวแป้งด้านนอกกรอบหอมงาขาว ทานกับน้ำจิ้มรสเด็ด

มาต่อกันด้วยปากหม้อแบบนิ่ม มีให้เลือกทั้งปากหม้อธรรมดา ปากหม้อไข่พับ ปากหม้อไข่ม้วน ปากหม้อไข่ดาว ตัวแป้งปากหม้อนุ่มหนึบ ด้านในใส่ไส้หมูยอ หมูสับ และต้นหอมเต็มปากเต็มคำ ที่เด็ดสุดคือหอมเจียวที่โรยมาด้านบน ราดน้ำจิ้มเยอะๆ บอกเลยแซ่บมาก

สำหรับเราแล้ว ขอยกให้ ปากหม้อไข่ม้วน ทานง่าย พอดีคำ อร่อยเว่อ นี่ถ้าไม่ติดตรงกินมื้อเที่ยงมาเยอะ คงซัดปากหม้อไปหลายจานแน่ๆ

จุดหมายต่อไปของเราก็คือ วัดพระธาตุเชิงชุม พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองสกลนคร

พระธาตุเชิงชุม ปูชนียสถานสำคัญที่เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนในจังหวัดสกลนคร สายมูอย่างเราๆต้องห้ามพลาด เพราะเชื่อกันว่าอานิสงส์ในการนมัสการพระธาตุเชิงชุมนั้นเป็นสิริมงคลสูงสุดแก่ตนเองและครอบครัวให้มีความเจริญรุ่งเรือง แคล้วคลาดปราศจากอันตราย รวมไปถึงการนมัสการหลวงพ่อองค์แสน ที่เชื่อกันว่าให้พรในด้านโชคลาภ ให้มีเงินทองนับหมื่นนับแสน มีความมั่งมีศรีสุขในชีวิต

พระธาตุเชิงชุม หมายถึง สถานที่ชุมนุมของรอยพระบาทของพระพุทธเจ้าทั้ง4พระองค์ นับตั้งแต่พระกกุสันทะ พระโกนาคม พระกัสสะปะ และพระโคดม และในอนาคต พระศรีอริยเมตตรัยพุทธเจ้าจะมาประทับเป็นรอยพระพุทธบาทที่5 บริเวณยอดของพระธาตุทำด้วยทองคำบริสุทธิ์หนัก247บาท เป็นศิลปะแบบอาณาจักรขอม องค์พระธาตุในปัจจุบันเป็นศิลปะล้านช้าง เนื่องจากอิทธิพลของอาณาจักรล้านช้างที่แผ่เข้ามาราวพุทธศตวรรษที่19

ในทุกๆปีช่วงออกพรรษา ชาวสกลนครจะมีการจัดประเพณีแห่ปราสาทผึ้งมายังวัดพระธาตุเชิงชุมอย่างยิ่งใหญ่ เราเคยเห็นรูปความสวยงามตระการตาของขบวนแห่ ตามสื่อต่างๆ จนต้องขอจัดพระธาตุเชิงชุมอยู่ใน bucket list ที่ต้องกลับมาอีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน

สำหรับใครที่อยากมาสักการะพระธาตุเชิงชุมแบบไม่ธรรมดา ก็สามารถเช่าชุดภูไทมาใส่ถ่ายรูปเก๋ๆได้ จากเจ้าดวงดอกไม้ไพจิตร นอกจากชุดภูไทแล้ว ยังมีชุดท้องถิ่นแบบต่างๆให้เลือกมากมาย แถมคุณครูเจ้าของร้านยังสอนการฟ้อนภูไทแบบง่ายๆให้เราลองรำอีกด้วย

สำหรับมื้อเย็น เราขอฝากท้องกับร้าน เดอะเตาถ่านพรีเมี่ยมโคขุนโพนยางคำ กินเนื้อให้จุกๆกันไปเลย สำหรับร้านนี้ เนื้อที่แนะนำก็ต้องเป็นเนื้อโคขุนพรีเมี่ยมตามชื่อร้าน มันแทรกมาเป็นอย่างดี นุ่มเว่อ เราว่าเนื้อของไทยเองก็ไม่แพ้เนื้อของชาติอื่นๆเลยนะ แถมยังราคาดีอีกด้วย

ตัวร้านมีทั้งโซน indoor และ outdoor ช่วงหน้าหนาว ถ้าได้กินเนื้อย่างร้อนๆ กับเบียร์เย็นๆ ท่ามกลางอากาศคูลๆมันต้องเยี่ยมมากๆแน่เลย

อิ่มท้อง ก็ถึงเวลาพักผ่อนแล้ว คืนนี้เราพักกันที่โรงแรม @Sakon โรงแรมเล็กๆ ที่เราประทับใจในความน่ารักของพนักงานมากๆ อัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส และให้ความช่วยเหลือเราตลอดเวลาที่พักอยู่ที่นี่เลย หลายๆจุดของโรงแรมยังมีตุ๊กตาน้องหมี สามารถเอามาถ่ายรูปเล่นได้อีกด้วย และถ้าใครหิวตอนดึกๆแล้วละก็ไม่ต้องเป็นห่วง ที่นี่เค้ามีมุมกาแฟพร้อมสแน็คเล็กๆน้อยๆคอยบริการทั้งวันด้วยนะ


หลังจากพักผ่อนนอนหลับอย่างเต็มอิ่ม เช้าวันนี้ก่อนที่เราจะเดินทางไปยังจังหวัดนครพนม เราจะแวะเที่ยวที่อำเภอท่าแร่กันก่อน อ.ท่าแร่เป็นชุมชนคาทอลิกที่มีจำนวนมากที่สุดในประเทศไทย จึงมีโบสถ์คริสต์ที่สวยแปลกตา และอาคารโบราณสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศสอยู่ที่นี่

คริสต์ศาสนาได้เริ่มเข้ามาในสกลนครในช่วงปี พ.ศ.2424 และได้มีการสร้างวัดหลังแรกในปีเดียวกัน คือ อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล แต่เดิมสร้างในรูปแบบอื่นและได้บูรณะใหม่เป็นรูปเรือดังกล่าวในปีพ.ศ.2514 เพื่อเป็นการระลึกถึงการอพยพของชาวเวียดนามมาตั้งถิ่นฐานคริสตชนในหมู่บ้านนี้ ตัวโบสถ์เป็นรูปทรงเรือสีขาวใหญ่แปลกตากว่าโบสถ์อื่นๆที่เราเคยเห็นมาเลย

ในช่วงเทศกาลคริสมาสต์ของทุกปี ชุมชนท่าแร่จะจัดเทศกาลแห่ดาวคริสต์มาสอย่างยิ่งใหญ่ มีการประดับประดาบ้านเรือนด้วยดวงไฟและดาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์การประสูติของพระเยซูเจ้า

เดินมาไม่ไกลจากโบสถ์มากนัก เราจะเจอกับ คฤหาสน์อุดมเดชวัฒน์ และอาคารโบราณหลายๆหลังทอดตัวเป็นแนวยาว อาคารเหล่านี้สร้างโดยฝีมือช่างชาวเวียดนาม ผสมเข้ากับรูปแบบสถาปัตยกรรมที่รับอิทธิพลจากฝรั่งเศสในยุคอาณานิคมและการเผยแพร่ศาสนา ปัจจุบันเหลืออยู่เพียงไม่กี่หลังแล้ว บางอาคารก็ถูกปรับปรุงใช้งานเปิดเป็นร้านอาหาร บางอาคารเจ้าของปิดไว้ไม่ได้ใช้งานอีก

อาคารที่ยังอยู่ในสภาพดี เราจะเห็นรายละเอียดความสวยงามอ่อนช้อยที่ยังคงอยู่ ตัวตึกให้อารมณ์ย้อนยุคมากๆ ใครชอบถ่ายรูปน่าจะชอบบริเวณนี้ อาคารสีเหลือง ถ่ายรูปสนุกๆได้หลายมุมเลย

ก่อนจะขึ้นรถต่อไปนครพนม เราขอแวะที่ วรา คาเฟ่ หาเครื่องดื่มคลายร้อนซักหน่อย คาเฟ่เล็กๆอยู่ติดกับคฤหาสน์อุดมเดชวัฒน์ เจ้าของร้านนี้เป็นลูกหลานของเจ้าของคฤหาสน์นี้เอง ตัวร้านตกแต่งสไตล์ยุโรป กลมกลืนไปกับตึกเก่าเป็นอย่างดี มีที่นั่งเล่นถ่ายรูปหลายๆจุดเลย ที่ร้านมีทั้งเครื่องดื่มร้อน-เย็น และเบเกอรี่ให้เลือกชิมหลากหลายเมนู

จบทริปสกลนครแล้ว หลังจากนี้เราจะนั่งรถต่อไปที่นครพนมกัน ใช้เวลาไม่นานประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น… มาดูกันว่าเราจะเที่ยวที่ไหน กินอะไร ในบทความหน้านะค้าาา

1 comments on “สกลนคร-นครพนม เที่ยวเมืองรองซักสองสามวัน EP.1: “สกลนคร” เมืองเล็กๆแต่ได้ใจเราไปทั้งดวง”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s