WAKAWAKAXSOUTHAFRICA EP02

ความเดิมต่อที่แล้วหลังจากที่พวกเราลุยครุเกอร์ นั่งรถ Game Drive เพื่อตามหาพวก BIG5 เสร็จแล้ว เราก็เริ่มออกเดินทางกลับไปเมืองโจเบิร์กกัน แต่ก่อนกลับเราขอแวะอีกหนึ่งที่ ที่เด็ดไม่แพ้กันก่อน ;D

One comment

ความเดิมต่อที่แล้วหลังจากที่พวกเราลุยครุเกอร์ นั่งรถ Game Drive เพื่อตามหาพวก BIG5 เสร็จแล้ว เราก็เริ่มออกเดินทางกลับไปเมืองโจเบิร์กกัน แต่ก่อนกลับเราขอแวะอีกหนึ่งที่ ที่เด็ดไม่แพ้กันก่อน ;D

ความเดิมตอนที่แล้ว : #วาก้าวาก้าxลุยครุกเกอร์โหนเกมไดรฟ์ตามหาบิ๊กไฟว์เจ้าอยู่ไหน๊

https://goaroundwithyou.com/2019/06/01/wakawakaxsouthafrica-ep01/

Day03 : Blyde River Canyon – Johannesburg 

ตื่นเช้ามา ลงมาทานอาหารเช้าเป็นที่เป็น breakfast choice ของพวกเราได้

หลังจากเชคเอาท์ พวกเราก็เดินทางต่อไปที่ ไบลด์ ริเวอร์ แกรนแคนยอน (Blyde River Canyon) – หนึ่งในความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ประเทศแอฟริกา ภาพวิวทิวทัศน์ “แคนยอนสีเขียว” ที่สุดลูกหูลูกตา สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์และยังบริสุทธิ์ของธรรมชาติที่หลงเหลืออยู่

Blyde River Canyon

Link : http://www.nature-reserve.co.za/blyde-river-canyon-natural-preserve.html

แค่ตอนขับรถผ่าน มุ่งหน้าสู่ Blyde River Canyon ใหญ่และสวยมากทีเดียว ดูจากภายนอกออกจะแล้งๆด้วยซ้ำ ไม่คิดเลยว่าจะได้ชื่อว่าเป็น แคนยอนสีเขียว

พวกเราแวะพักกันทั้งหมด 3  จุด จอดรถและเดินเข้าไปอีกไม่ไกล ถือว่าสะดวกมาก ตอนแรกในใจคือคิดว่าเนี่ยชั้นต้องเดิน hiking รึเปล่าน้า

  • Three Rondavels Viewpoint (30R)
“แคนยอนสีเขียว” ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

เทือกเขาแกรนิตที่ตั้งสูงตระหง่านเคยถูกกัดเซาะด้วยแรงน้ำโกรกไหลผ่านอย่างคดเคี้ยวของแม่น้ำไบลด์ ก่อเกิดทัศนียภาพงดงามของ “แคนยอนสีเขียว” ที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้  

ภาพโค้งของเทือกเขารับกับแม่น้ำด้านล่าง เขียวขจีเชียว

เราประทับใจมากที่มันทั้งสวย ใหญ่อลังการงานธรรมชาติ แถมยังเขียวขจีมากกว่าที่คิดไว้เยอะเลย เราเลยให้เป็นที่เที่ยวทางธรรมชาติที่ประทับใจมากอันดับหนึ่งในใจตอนนี้ (เบียด Horseshoe Bend เมกาตกไปเลย)

  • Bourke’s Luck Potholes (63R)

ค่าเข้าที่นี่จะสูงหน่อยเพราะมีส่วนของพิพิธภัณฑ์ด้วย (แต่เราก็ไม่ได้ดูนะ ดูแต่ธรรมชาติเอา)

ภาพของน้ำที่ไหลลงมากัดเซาะก่อให้เกิดเป็นแอ่งน้ำขัง ดูคล้ายหม้อใส่น้ำ
  • God’s window (17R)

ที่สุดท้าย จุดชมวิวชื่อ God’s window ตั้งอยู่ในจุดที่มีหน้าผา2ด้านประกบข้าง ก่อนเปิดให้เห็นทัศนียภาพตรงกลางเป็นที่ราบลุ่มสลับกับภูเขาหัวตัด สุดลูกหูลูกตา ให้จินตนาการได้ว่า ถ้าพระเจ้ามีอยู่จริง หน้าต่างของพระเจ้าคงเป็นอะไรคล้ายแบบนี้

God’s window

ทัศนียภาพงดงามของ “แคนยอนสีเขียว” อีกหนึ่งวิวเป็นจุดผ่านก่อนกลับเข้าเมืองโจเบิร์กกัน

ขับรถกลับจาก Blyde River Canyon ผ่านทางด่วน พวกเราก็แวะพักกินข้าวเที่ยงกันที่จุดพักรถ Alzu Petroport อย่างใหญ่มากก่อนเข้าเมือง และที่นี่ทำให้ฝันของพวกเราใกล้ความจริงมากขึ้น พวกเราเจออีก 1 ใน BIG5 ที่นี่กัน (เซอร์ไพรส์ไหม? BIG5 ในจุดพักรถ)

Alzu Petroport

Link : http://www.alzu.co.za/alzuPetroport.html

ด้านหลังจุดพักรถเป็นพื้นที่หญ้าแบบกว้างใหญ่มากกกกกก และมีสัตว์จำพวกแรด ม้าลาย ออริกซ์ (Oryx) นกกระจอกเทศที่อยู่กันอย่างอิสระในทุ่งหญ้ากว้างๆแบบนี้ พวกเรากินข้าวไปมองไปรู้สึกแฮปปี้ดีเหมือนกัน (สรุปแล้วภารกิจเกมไดรส์ครั้งนี้ 4 ใน 5 ของ BIG5 ก็ถือว่ายังมีโชคเหมือนกันนะ)

ฝูง Oryx สัญลักษณ์ของสายการบินการ์ต้า
แรด อีก1 ใน BIG5 ตัวสุดท้ายที่พวกเราได้พบได้เจอกัน อยู่กันเป็นคู่แม่ลูก จริงๆมีอีกหลายตัวอยู่ไกลลิบๆๆ

Nando’s –   ร้านไก่ย่างที่รู้จักจากประเทศอังกฤษ จริงๆมีต้องกำเนิดมาจากเมืองโจเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ ที่นี่เอง

มาถึงโจเบิร์กก็เกือบ 6.00PM   แล้ว คราวนี้พวกเราเลือกที่พักเป็น Airbnb ที่อยู่ในย่าน Sandton ที่ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยมากที่สุดของเมือง บ้านพักที่พวกเราอยู่เป็นส่วนหนึ่งของบ้านหลังใหญ่ของ host มีสนามเทนนิส และพื้นที่กว้างร่มรื่นน่าอยู่มาก

เอาบรรยากาศภายในบ้านหลังนี้มาฝากกัน

คืนนี้พวกเราสั่ง uber eat อาหารญี่ปุ่นมาทานกัน เพราะขี้เกียจออกไปข้างนอกแล้ว แถมบ้านก็น่าอยู่ ใช้เวลาตรงนี้ดีกว่า

พร้อมนอนและออกตะลุยเมืองโจเบิร์กกันพรุ่งนี้แล้ว – เมืองที่ไม่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยว (จริงรึเปล่า?)

Day04 : Johannesburg (Constitution Hill – Apartheid Museum – Maboneng – Nelson Mandela Square) 

เมืองโจเบิร์ก (ชื่อย่อๆของเมืองโจฮันเนสเบิร์ก) ที่ใครๆก็เล่าก็ลือว่าอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน เมืองที่มีผลสำรวจจากสำนักโพลต่างๆให้ติดโผอันดับต้นๆว่าเป็นเมืองที่มีอัตราการก่ออาชญากรรมค่อนข้างสูง เมืองที่ไม่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว (ทาง “ไปเรื่อยด้วยกัน” ไม่ได้บอกนะ อากูเกิ้ลบอกเราเองหมดเลยยยยย)

แต่ขณะเดียวกัน เมืองโจเบิร์กแห่งนี้ก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นนครแห่งความทันสมัยและสร้างสรรค์ เมืองแห่งประวัติศาสตร์อันยาวนาน และเมืองของคนรักงานศิลปะ (ทาง “ไปเรื่อยด้วยกัน” ก็ไม่ได้บอกนะ อากูเกิ้ลบอกเราเหมือนกันนนน)

แล้วจริงๆ “โจเบิร์ก” เป็นอย่างไรกัน? “ไปเรื่อยด้วยกัน” จะพาเพื่อนๆไปพิสูจน์กันกับ “City of Johannesburg” เมืองแห่งสีสันของแอฟริกาใต้ที่แฝงเร้นไว้ด้วยความลึกลับเมืองนี้กัน 

ตื่นเช้ามา พวกเราเลือกที่จะเรียก uber เพื่อไปทานข้าวเช้ากันในเมืองใกล้กับ Constitution Hill ที่พวกเราจะไปเที่ยวกัน

Post Breakfast and Lunch

Post Breakfast and Lunch

เวลาทำการ: วันจันทร์-วันศุกร์ 6.30AM-4.00PM / วันเสาร์ 8.30AM-2.00PM / ปิดทุกวันอาทิตย์

Link : https://www.instagram.com/postbl/

ร้าน Post BL เป็นคาเฟ่เล็กและเก๋ อยู่ในย่านที่ชื่อว่า Braamfontein หนังสือ Lonely Planet ให้คำจำกัดว่าเป็นศูนย์กลางของนักเรียน นักศึกษาเพราะมีที่ตั้งของมหาวิทยาลัยและคาเฟ่เท่ๆอยู่เพียบ คาเฟ่นี้เปิดเช้ามาก เหมาะสำหรับคนเจทแลกอย่างพวกเรา ข้างในมีกิมมิคตรงเมนูจะเขียนด้วยชอล์คบนกระดานดำ

อาหารเช้าง่ายกับ Hot Chocolate

จากร้าน Post Breakfast and Lunch เดินมาอีกสัก 15 นาทีก็ถึง Constitution Hill

Constitution Hill

“ไม่มีที่ใดในโลกอีกแล้ว สถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์(คุก) จะถูกเปลี่ยนให้เป็นสถานที่เฉลิมฉลองและดำรงไว้ซึ่งความเป็นมนุษย์และความเท่าเทียมกัน(ศาลรัฐธรรมนูญ)”

ค่าเข้าชม : 100R

เวลาทำการ: 9.00AM- 5.00PM ทุกวัน

Link : https://www.constitutionhill.org.za/

Constitution Hill ประกอบไปด้วย ส่วนของ Old Fort (ป้อมปราการเก่า), Women’s Jail (คุกหญิง), Number Four (คุกสำหรับคนผิวสี) และ Constitution Court มีบันไดทางเดินขั้นระหว่าง Constitution Court และ Number Four เรียกว่า Great African Steps

Old Fort – จากมุมสูงของเนินเขาป้อมปราการเก่า (Old fort) สามารถมองเห็นเมืองและชานเมืองต่างๆ รวมไปถึงพิพิธภัณฑ์เรือนจำ

จากมุมสูงของเนินเขาป้อมปราการเก่า (Old fort) สามารถมองเห็นเมืองและชานเมืองต่างๆ รวมไปถึงพิพิธภัณฑ์เรือนจำ

Constitution Hill เดิมที่บริเวณนี้เป็นเรือนจำ ไว้สำหรับคุมขังนักโทษทั้งนักโทษการเมืองและนักโทษปกติ เราได้เรียนรู้จากพิพิธภัณฑ์ว่า มีความไม่เท่าเทียมกันในการปฏิบัติต่อนักโทษผิวสีและนักโทษผิวขาว ทั้งสภาพความเป็นอยู่และอาหารที่ได้รับในแต่ละวัน รวมถึงข้อหา มีคำบอกเล่าว่า ณ จุดหนึ่ง มีคนผิวสีอย่างน้อย หนึ่งในสิบที่ผ่านการติดคุกมาแล้ว ปัจจุบันคุกถูกเปลี่ยนเป็นเป็นพิพิธภัณฑ์ เก็บเรื่องราวของประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อสิทธิความเท่าเทียมของสีผิว

Number4 – เรือนจำที่นักโทษทางการเมืองผิวสีกว่าพันรายถูกคุมขังโดยที่พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้มีความผิด แค่ความแตกต่างผิวสีที่ทำให้ต้องมาใช้ชีวิตที่นี่

Number4 นำเสนอชีวประวัติของนักโทษ พร้อมคำถามที่น่าคิดว่า Whos criminal? พวกเขาเป็นนักโทษจริงๆหรอ?
Number4 นำเสนอชีวประวัติของนักโทษ พร้อมคำถามที่น่าคิดว่า Who’s criminal? พวกเขาเป็นนักโทษจริงๆหรอ?

เรือนจำที่นี่เป็นที่คุมขังนักต่อต้านทางการเมืองหลากหลายคน รวมทั้งคานธีและแมนเดลา

ห้องขังเดี่ยว
ห้องขังเดี่ยว

Constitution Court บริเวณที่นั่งรอการไต่สวนถูกแปลงสภาพเป็นศาลรัฐธรรมนูญ มีกิมมิคบางอย่างที่เรารู้และชอบมากคือ เนื่องจากต้องทำลายบล็อคอาคารที่นั่งรอการไต่สวน (Awaiting Trial Block) อิฐทุกก้อนจะค่อยๆถูกรื้อออกมาเพื่อนำมาสร้างกำแพงและผนังในห้องโถงของศาลรัฐธรรมนูญ นี่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์คอยย้ำเตือนว่าพวกเค้าเคยผ่านความอยุติธรรมอะไรมาและจะไม่ยอมกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว

Constitution Court ศาลรัฐธรรมนูญ ถูกออกแบบให้เปิดโล่งและเข้าถึงง่าย

Great African Steps – บันไดทางเดินระหว่าง Constitution Court และ พิพิธภัณฑ์เรือนจำ สะท้อนให้เห็นว่าเป็นการเดินระหว่างอดีต (Apartheid) และอนาคต (Value of freedom)

Great African Steps

Walk where Mandela, Gandhi, Luthuli and Winnie took a stand.

หลังจากพวกเราใช้เวลาเกือบ2 ชั่วโมงอยู่ที่ Constitution Hill เรียนรู้และซึบซับกับประวัติศาสตร์ความไม่เท่าเทียมของสีผิว พวกเราก็เรียก uber มุ่งหน้าไปยังพิพิธภัณฑ์อพาร์เทด์ (The Apartheid Museum) อีกหนึ่งแหล่งความรู้และบันทึกเรื่องราวของช่วงเวลาการแบ่งแยกกลุ่มคนต่างเชื้อชาติ

พิพิธภัณฑ์อพาร์เทด์ (The Apartheid Museum)

ค่าเข้าชม : 100R

เวลาทำการ: 9.00AM- 5.00PM ทุกวัน

Link : https://www.apartheidmuseum.org/

พิพิธภัณฑ์การแบ่งแยกสีผิว (Apartheid Museum) เป็นสถานที่ที่เราสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของประเทศแอฟริกาใต้แห่งนี้ได้อย่างดี เพราะการแบ่งแยกกลุ่มคนต่างเชื้อชาติที่รุนแรงเรื้อรังมายาวนาน ก่อให้เกิดความขัดแย้งและการลุกขึ้นต่อต้านของบุคคลหลายคนเพื่อล้มเลิกการแบ่งแยกนี้ รวมทั้งรัฐบุรุษของประเทศอย่าง Nelson Mandela ผู้ที่เป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรก ที่มาสมานรอยร้าวของการแบ่งแยกสีผิวและเชื้อชาติ อีกทั้งยังเป็นเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพอีกด้วย

Apartheid Museum ตั้งอยู่ที่เมืองโจเบิร์ก (ใกล้กับสวนสนุก Gold Reef City)  เป็นสถานที่บอกเล่าเรื่องราวปัญหาการแบ่งแยกพลเมืองตามเชื้อชาติและสีผิวในประเทศแอฟริกาใต้ การจัดแสดงมีทั้งภาพถ่าย วีดีโอให้ผู้เข้าร่วมมีส่วนรวม พร้อมทั้งซึมซับบรรยากาศของช่วงเวลาการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความเสรีภาพและทัดเทียมในสังคม

ที่พิพิธภัณฑ์ยังมีเสาหลักของรัฐธรรมนูญ ที่เป็นดั่งสัญลักษณ์เจตจำนงต่อความเท่าเทียมและยุติการกดขี่แบ่งแยกสีผิวตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ข้างหน้าทางเข้าด้วย  

แค่ทางเข้าก็มีลูกเล่นให้เข้าว่าคุณ whites or non-whites

ตอนที่เราไปเที่ยวกันนั้นพิพิธภัณฑ์มีส่วน Temporary exhibition ที่จัดไว้เฉพาะแสดงชีวประวัติของมหาบุรุษคนสำคัญ Nelson Mandela ที่ถูกจองจำกว่า 27 ปี อันเป็นผลพวงของความไม่เป็นธรรมในนโยบายการแบ่งแยกสีผิว หลังจากถูกปล่อยจากการจองจำ Nelson Mandela ได้กลายเป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรกจากการเลือกตั้งที่เปิดโอกาสให้ทุกสีผิวมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน 

แม้ว่าภายในพิพิธภัณฑ์จะไม่ให้ถ่ายรูป แต่การจัดงานแสดงศิลปะสะท้อนเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่เจ็บปวดของการต่อสู้เพื่อล้มเลิกการแบ่งแยกสีผิวได้อย่างชัดเจน ภาพและงานศิลปะต่างๆสื่อความรู้สึกออกมาได้อย่างลึกซึ้ง พวกเราเข้าใจแล้วว่า “อิสรภาพ (Freedom)” เป็นคำๆเดียวที่มีความหมายอย่างยิ่งใหญ่ต่อประเทศแอฟริกาใต้ในทั้งอดีตและตราบจนปัจจุบัน 

พวกเราใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงวนเวียนกับอยู่ในพิพิธภัณฑ์นี้ ถ้าคนที่ชอบเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ เราว่าคุณจะชอบที่นี่มาก เพราะรายละเอียดและการเล่าเรื่องราวมันเยอะมากจริงๆ และมันก็สะท้อนถึงความแตกแยกและโหดร้าย ปราศจากความเท่าเทียมในอดีตเหมือนกัน จบจากช่วงสาระความรู้ เราก็มุ่งหน้าไปหาข้าวเที่ยงที่ย่านมาโบเนงกัน

Che Argentine Grill

เวลาทำการ: วันอาทิตย์ 12.00PM- 7.00PM, วันอังคาร – วันเสาร์ 12.00PM- 10.00PM ปิดวันจันทร์

Link : https://cheargentinegrill.co.za/

ร้าน Che Argentine Grill เป็นร้านที่นำโกดังสินค้ามาดัดแปลงเป็นร้านอาหาร เหมือนกับ warehouse 30 บ้านเราแต่ดิบกว่ามาก เป็นสเต็กสไตล์อาเจนไตน์ เที่ยงนี้เราขอลอง Signature ของทางร้าน Butcher’s steak ขนาด 300 กรัม พร้อมเครื่องเคียงที่รับรองว่าอิ่มไปถึงเย็น แถมให้ว่าที่นี่มีส่วนของคอกเทลบาร์ ถ้ามาตอนเย็นนี้น่าจะชิลเลย

ร้าน Che Argentine Grill ตั้งอยู่ในย่าน มาโบเนง (Maboneng) ดังนั้นมาต่อที่ย่านนี้เลยคะ

มาโบเนง (Maboneng)

สุดท้าย เรามาอยู่ที่ย่าน มาโบเนง ย่านนี้อยู่ใจกลางเมือง ของเมืองที่ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในเมืองที่อันตรายที่สุด

ระหว่างทางนั่ง uber เพื่อมาย่าน มาโบเนง อย่างเสียวสันหลัง เพราะ ย่านโดยรอบมีทั้งร้านค้าที่ปิดตัว คนนั่งบนฟุตบาธ ความสกปรก แต่พอมาถึงมาโบเนง บรรยากาศเริ่มคลี่คลายลง ด้วยความครึกครื้น และ ด้วยจำนวนแกลเลอรี่ สตูดิโอศิลปะ คอมมิวนิตี้ มอลล์ บาร์เก๋ ร้านอาหาร และพวกร้านขายของบูทิตต่างๆ เราแวะกินอาหารเที่ยงที่ Che Argentine Grill แวะดื่มสมูธตี้ที่ Uncle Merv’s Original Shakes เดินจนสุดถนน Fox street ตัดกับ Berea Rd ที่เป็นที่ตั้งของ Arts on Main

Arts on Main

เวลาทำการ: วันอังคาร – วันอาทิตย์ 9.00AM-5.00PM ปิดวันจันทร์

ว่ากันว่า Arts on Main นี้ละที่จุดประกายในการทรานสฟอร์มย่านนี้ Arts on Main จะคล้ายกับ Community Mall บ้านเรา แต่ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่หน้าร้านของร้านเก๋ๆเท่านั้น ยังเป็นที่ตั้งของทั้งสตูดิโอศิลปะเลย เราแวะซื้อโปสการ์ดของร้านที่ชื่อ Iwasshot in Jo’burg (แค่ชื่อก้อโคตรเท่แล้ว)

ถ้าเลือกได้ เราแนะนำให้มาในวันอาทิตย์ เพราะจะมีจัดงาน Market on Main (Sunday 10.00AM – 3.00PM) จะครึกครื้นเป็นพิเศษ

Nelson Mandela Square

Link : https://nelsonmandelasquare.co.za/retail

พวกเราไปจบวันกันที่ห้างสรรพสินค้าในเมืองโจเบิร์กกัน ร้านค้าในห้างมีเยอะเหมือนเมืองไทยเลย เดินเล่นสบาย และมื้อเย็นปิดท้ายก่อนจะเปลี่ยนเมืองกันที่ร้านอาหารญี่ปุ่น Big Mouth ร้านอาหารที่ซูชิดัง

Big Mouth

Link : https://www.joburg.co.za/the-big-mouth/

ร้านชื่อ Big Mouth เพราะว่าเราต้องอ้าปากใหญ่มากสำหรับจะกินซูชิที่ร้านนี้หละ ดูสิ คำใหญ่มั้ย?

GoaroundwithYou :

จบทริปที่เมืองโจเบิร์กแล้ว เราว่าถ้าใครชอบเรื่องราวประวัติศาสตร์ อินกับเรื่อง Apartheid มาเที่ยวที่นี่ถือว่าดี ได้เรียนรู้อะไรๆเยอะ (รวมทั้งความเจ็บปวด) แต่ถ้าใครไม่ชอบเลย เราว่าข้ามไปดีกว่า แล้วเจอกันต่อที่เมือง Cape Town เมืองที่ใครๆก็หลงรัก 😀

1 comments on “WAKAWAKAXSOUTHAFRICA EP02”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s