Japan Journey : Full Bloom Chapter 01 : Tokyo on the run

สวัสดีปีใหม่ไทยบ้านเรากันค้าาาาาา เราชอบช่วงสงกรานต์เป็นพิเศษ เพราะเราจะได้ไปเที่ยวกันแบบ family trip ทุกๆปีในช่วงนี้ ปีนี้บ้านเราเลือกประเทศเนื้อหอมที่ไปกันบ่อยๆอย่างญี่ปุ่นค่ะ แต่ไปแบบ Goaroundwithyou คราวนี้เราจะไปแบบ Road trip (กันอีกแล้ว) มาลองดูกันว่าถ้าเราขับรถจะได้ฟีลต่างจากนั่งรถไฟกันยังไงบ้าง แถมช่วงเดือนเมษายนที่เราจะไปกันนี้เป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิกันซะด้วย คงจะได้เจอซากุระและดอกไม้บานรับอากาศเย็นๆที่ญี่ปุ่นคงดีไม่น้อยเลยค่ะ งั้นตามเราไปทริป #จี้ปุ่งอิคิโชโชโชโช (ไปญี่ปุ่นกันเถอะเถอะเถอะเถอะ) ค้าาา

No comments

สวัสดีปีใหม่ไทยบ้านเรากันค้าาาาาา เราชอบช่วงสงกรานต์เป็นพิเศษ เพราะเราจะได้ไปเที่ยวกันแบบ family trip ทุกๆปีในช่วงนี้ ปีนี้บ้านเราเลือกประเทศเนื้อหอมที่ไปกันบ่อยๆอย่างญี่ปุ่นค่ะ แต่ไปแบบ Goaroundwithyou คราวนี้เราจะไปแบบ Road trip (กันอีกแล้ว) มาลองดูกันว่าถ้าเราขับรถจะได้ฟีลต่างจากนั่งรถไฟกันยังไงบ้าง แถมช่วงเดือนเมษายนที่เราจะไปกันนี้เป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิกันซะด้วย คงจะได้เจอซากุระและดอกไม้บานรับอากาศเย็นๆที่ญี่ปุ่นคงดีไม่น้อยเลยค่ะ งั้นตามเราไปทริป #จี้ปุ่งอิคิโชโชโชโช (ไปญี่ปุ่นกันเถอะเถอะเถอะเถอะ) ค้าาา

เส้นทางทริป #จี้ปุ่งอิคิโชโชโชโช เราจะไปกันที่ โตเกียว (Tokyo) – ทาคายามา (Takayama) – ชิราคาว่าโกะ (Shirakawago) – มัตสึโมโตะ (Matsumoto) – อาชิคางะ (Ashikaga)


ทริปนี้ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 5 วัน 4 คืน กับผู้ร่วมทริปทั้งหมด 6 คนค่ะ รถที่เช่าเราจะไปรับกันที่ Nissan Rental ย่านกินซ่า โตเกียว ครั้งนี้เราใช้รถ Nissan สำหรับ 8 ท่าน การขับรถที่ญี่ปุ่นเหมือนบ้านเรา พวงมาลัยขวา สิ่งที่ต้องระวังอย่างเดียวคือเคารพกฎจราจรเหมือนเดิม

Day 01 : BKK – Tokyo

Toyosu Fish Market – Teamlab Borderless – Shinjuku Gyeonmae National Garden – Asakusa Unatetsu

จากท่าอากาศยานนาริตะ โตเกียว พวกเราเลือกใช้ Keisei line (เพราะไม่ต้องเปลี่ยนสถานี นั่งตรงมาถึงสถานี Tarakacho ได้เลย) นั่งเข้าเมืองเพื่อเชคอินโรงแรมแถวย่าน Ginza ฝากกระเป๋ากันก่อนเริ่มออกเที่ยวกันค่ะ


การเดินทางด้วย Keisei line นั้นจะใช้เวลานานกว่า Narita express นะคะ

เจอ Sakura แถวย่าน Ginza ระหว่างทางเดินไปรถใต้ดิน รู้สึกสดใสขึ้นมาทันทีเลยค่ะ (ปลื้มมม)

จุดหมายแรกเราจะไปกันที่โทโยซุ “Toyosu Fish Market” ตลาดปลาแห่งใหม่ ใสกิ๊งของโตเกียว ที่มาแทนตลาดปลาชื่อดังเจ้าเก่าอย่างสึคิจิ “Tsukuji Fish market”

How to get there : รถไฟฟ้าใต้ดินลงสถานี Shijo-mae (สาย Yurikamome)
Opening time : 5.00 am – 5.00 pm ทุกวัน

Picture courtesy of Metropolitan Central Wholesale Market

ที่ตลาดปลาโทโยซุแห่งนี้ จะประกอบไปด้วยส่วนของการประมูลปลา (Block 7) และตลาดร้านค้าของทะเลสด รวมทั้งร้านอาหาร (Block 6)

เมื่อออกจากสถานีรถไฟมาแล้ว เราเดินมาขวามือเข้าสู่ Block 6 สะพานจะเชื่อมเรามาที่ชั้น3 Block 6 เลย งั้นเราก็มาหาข้าวเที่ยงที่ตลาดปลานี้เลยดีกว่าค่ะ (เดินตามเสียงท้องร้องนะคะ) ในเมื่อมาตลาดปลาจะพลาดกินอาหารทะเลแบบสดๆกันได้อย่างไร มาเสียเที่ยวหมด

ในส่วนของแฟนคลับร้าน Sushi Dai ร้านดังจากตลาดปลา “Tsukuji Fish market” ก็มาทานที่นี่ได้นะคะ อยู่ชั้น 3 Block 6 เหมือนกัน

ร้าน Sushi Dai เจ้าดังคิวเยอะเหมือนเดิมเลย

เราไปถึงช่วง 11 โมงคิวคือเต็ม ไม่รับลูกค้าแล้วค่ะ

เราเลือกร้านซูชิข้างๆ sushi dai มาลองชิมกัน

เมนู Roppou ข้าวหน้าปลาดิบด้งในราคา 3,600 เยน (ราคาดีและสดอร่อยมาก)

ร้านนี้สามารถสั่งเป็นคำๆได้ด้วยนะคะ ติดใจคำไหนสั่งเพิ่มเลย

โดยรวมแล้วอาหารสดและไม่แพงเลยค่ะ ยังมีอีกหลายร้านในชั้นนี้ให้เพื่อนๆได้ลองเลือกกันนะคะ มาลองกันค่ะ เรายังอยากลองอีกหลายร้านเลย

ทานข้าวเที่ยงกันเสร็จแล้ว เราไปเดินเล่นร้านค้าในตึกนี้กันต่อค่ะ เราไปค่อนข้างสายเกือบเที่ยงแล้วร้านค้าส่วนใหญ่ก็ปิดร้านไปหมด ที่สังเกตเห็นจะมีทั้งขายอาหารและของสำเร็จรูปให้เลือกซื้อเลิอกชมกัน

ร้านไข่หวานเจ้าเด็ดประจำตลาดปลา “Tsukuji Fish market” ก็ย้ายมานะคะ

Roof Top Garden บนตึก Block 6 เราสามารถขึ้นมาชมวิวของอ่าวและย่านโอไดบะ มองเห็นไปถึงโตเกียวทาวเวอร์เลย 

มาเดินชมวิวรับลมหลังทานข้าวเสร็จที่ Roof Top กันค่ะ ส่วนตึกตรงข้ามที่เห็นในรูปจะเป็น Block 7 ส่วนประมูลปลา

ในส่วนของBlock 7 นั้นจะเป็นส่วนของการประมูลปลาค่ะ โดยเฉพาะห้องประมูลปลาทูน่าขนาดใหญ่ที่เป็นจุดไฮไลท์ ปกติแล้วจะมีตารางเวลาการประมูลปลากันด้วยนะคะ ถ้าเพื่อนๆสนใจลองมาดูการประมูลปลาที่นี่กัน อ่อ ที่ตึกนี้ก็ยังมีร้านอาหารด้วยคะ

อิ่มท้องกันแล้ว ก็เดินทางต่อไปกันที่ “MORI Building DIGITAL ART MUSEUM: teamLab Borderless” หนึ่งในภารกิจที่อยากทำถ้ามาโตเกียวอีกครั้ง

How to get there : รถไฟฟ้าใต้ดินลงสถานี Aomi (สาย Yurikamome)
Fee : 3,200 เยน (ราคาผู้ใหญ่)
Opening time : จันทร์ – ศุกร์ 10.00 am – 7.00 pm เสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10.00 am – 8.00 pm
Link : https://borderless.teamlab.art/th/

Cr. http:// https://borderless.teamlab.art/th/

“MORI Building DIGITAL ART MUSEUM: teamLab Borderless” เป็นพิพิธภัณฑ์สุดฮอตของโตเกียวในตอนนี้ เพราะว่าเป็นการจัดแสดงบนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร และงานแสดงเป็นสไตล์“ultra-technologists” มี interactive ให้ผู้ชมมีส่วนร่วม โดยการผสมผสานของเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าด้วยกันกับงานศิลปะ (เราไป teamlab ที่โซล เกาหลีมาครั้งหนึ่ง ประทับใจจนอยากจะมาที่ญี่ปุ่นเนี่ยแหละ) เราซื้อตั๋วออนไลน์ไปก่อนนะคะ ไม่อยากเสียเวลาต่อคิวนะ

ทางเข้า Teamlab จะอยู่ใต้ชิงช้าสีแดงนี้ เพื่อนๆเดินทะลุ mega web มาเลยค่ะ

เราแนะนำให้เพื่อนๆมากันเช้ามากๆก่อนเปิด หรือว่าใกล้ปิดดีกว่าค่ะ ถ้ามาช่วงสายๆบ่ายๆคือแถวจะยาวมากกกกและรอเป็นชั่วโมงเลย เราไปถึงช่วงบ่ายกว่าๆ เจ้าหน้าที่บอกว่ารอคิวประมาณ 1 ชั่วโมง (แม้ว่าเราจะซื้อตั๋วมาแล้วก็ตาม) เราเลยกลับมาอีกทีตอน 5 โมงเย็น ไม่มีคนเลยค่ะ

ความพิเศษยังไม่หมดแค่เท่านั้น เพราะเรามากันในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งทาง teamlab ได้จัดนิทรรศการ “Forest of Resonating Lamps Cherry Blossoms & Spring Mountain Fields” เฉพาะช่วงเวลามีนาคม – เมษายนนี้ไว้ให้เราชมกันด้วยค่ะ (เรานะ ตั้งตารอคอยอยากไปมากๆเลย)

Forest of Resonating Lamps Cherry Blossoms & Spring Mountain Fields

เราสามารถเลือกเส้นทางชมภายในพิพิธภัณฑ์นี้เอง โดยไม่ต้องใช้แผนที่กันค่ะ เพื่อที่เราจะได้ประสบการณ์แปลกใหม่ที่แตกต่างกัน

ห้อง Borderless World

ภายใน Teamlab ประกอบไปด้วย 5 ส่วน Borderless World, TeamLab Athletics Forest, Future Park, Forest of Lamps และ EN TEA HOUSE

จุดไฮไลท์หนีไม่พ้นที่ ” Forest of Resonating Lamps ” ห้องที่มีหลอดไฟเต็มทั่วห้องและจะเปลี่ยนสีไปเรื่อย ห้องนี้ต้องเข้าเป็นรอบๆนะคะ

เทศกาลซากุระ ภายใต้คอนเซ็ปท์ “one strike, cherry blossoms” 

จากที่สังเกตเราว่าถ้าเพื่อนๆจะมาไม่แนะนำใส่กระโปรงค่ะ เพราะบางพื้นที่แสดงงานศิลปะมีส่วนของกระจกอาจจะทำให้ไม่สะดวกในการเดินได้นะคะ

อีกหนึ่ง highlight ที่ชอบเป็นส่วนตัวคือห้องระยิบระยับ (Crystal World) นี้ภายในห้องจะเป็นแสง LED ที่จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆเลยค่ะ

ห้อง Crystal world 

ขึ้นมาชั้นสองกับห้อง Athletics Forest และ Future Park

เราใช้เวลาทั้งหมดเกือบ 2 ชั่วโมง ดูครบบ้างไม่ครบบ้างกับ Teamlab แห่งนี้ บอกได้คำเดียว ประทับใจมาก (ก 100 ตัว)

ถ้าเพื่อนๆมีโอกาสมาโตเกียว เราว่าที่นี่เป็นที่ไม่ควรพลาดจริงๆ เชื่อเราเถอะ

ดูงานศิลปะดอกซากุระแบบอาร์ตๆไปแล้ว เราก็เดินทางไปดูขอจริงกันบ้างที่
“Shinjuku Gyeonmae National Garden”
ก่อนมาเที่ยวเราแอบเห็นเพื่อนที่มาก่อนมาดูซากุระที่นี่ หวังว่ายังจะมีบานให้เราได้ชมกันน้าาา

How to get there : ทางออก New South Exit รถไฟฟ้าใต้ดินลงสถานี JR Shinjuku (ทางเข้าสวน Shinjuku gate)
Fee : 500 เยน (ราคาผู้ใหญ่)
Link : https://www.japan-guide.com/e/e3034_001.html

ทางออก New South Exit รถไฟฟ้าใต้ดินลงสถานี JR Shinjuku

เดินมาถึงสวนแล้ว ไม่ผิดหวังจริงๆค่ะ แม้ว่าจะเป็นช่วงที่ซากุระจะร่วงหล่นไปบ้างแล้ว แต่ช่วงนี้ก็ยังมี Double Cherry Blossoms (Yae Zakura) หรือเพื่อนญี่ปุ่นบอกว่าเป็นการบานของซากุระช่วงที่สองหลังจากครั้งแรกที่ร่วงหล่นไปนะคะ

อากาศดีมากๆเลยค่ะ เห็นทั้งคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวมาเดินเล่นที่สวนกันเยอะอยู่

Double Cherry Blossoms (Yae Zakura) จะสังเกตได้จากกลีบของซากุระจะไม่ใช่ 5 กลีบตามปกตินะคะ จะเป็นพุ่มๆเยอะๆ

ฟินกันถ้วนหน้าเลยทีเดียว

นั่งปิคนิคในบรรยากาศแบบนี้ อารมณ์ดีไม่น้อยเลยค่ะ

จบวันเราไปปิดท้องกันที่ร้านราเมนข้อสอบ Ichiran ที่มีสาขาอยู่ที่ Shinjuku กันค่ะ

สาขาที่ Shinjuku เปิด 24 ชั่วโมงด้วยนะคะ หิวเมื่อไหร่ก็แวะมาได้เลย

อิ่มท้องแล้วก็กลับโรงแรมกันค่ะ พรุ่งนี้เตรียมตัวออกเดินทางไป “ทาคายามา (Takayama) และ ชิราคาว่าโกะ (Shirakawago)” จะเป็นยังไง สนุกแค่ไหน เจอกันเรื่องเล่าหน้านะคะ


GoaroundwithYo :

โตเกียวมากี่ครั้งๆก็ไม่เบื่อเลยจริงๆ มีอะไรใหม่ๆให้ทำ ให้ชิมตลอด และมาต่างเดือน ต่างฤดูก็ให้อารมณ์ที่แตกต่างกันจริงๆ เพื่อนๆว่าไหมค่ะ?

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s