West Coast Road Trip x Red Rocks EP02

แก๊งค์ Red Rocks ที่หลือที่เราจะพาเพื่อนๆมาเที่ยวกัน ก็สวยและเด็ดไม่น้อยกว่าแก๊งค์แรกเลย เราจะมาแวะกันที่เมือง Page, Arizona กับ เมือง Springdale, Utah กัน

No comments

แก๊งค์ Red Rocks ที่หลือที่เราจะพาเพื่อนๆมาเที่ยวกัน ก็สวยและเด็ดไม่น้อยกว่าแก๊งค์แรกเลย เราจะมาแวะกันที่เมือง Page, Arizona กับ เมือง Springdale, Utah กัน

Lower Antelope Canyon

อีกหนึ่งในแรงบันดาลใจที่เลือกมาฝั่งตะวันตกของประเทศอเมริกาก่อน ก็คือ รูป wallpaper หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เห็นมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว อยากจะมาดูว่าของจริงมันจะเหมือนดังในรูปรึป่าว ว่าแล้วเราก็บุค tour Lower Antelope กันเลย

Antelope เกิดจากแรงน้ำที่ไหลมากัดกร่อนหินทรายสีแดงจนเกิดเป็นริ้วเว้าโค้งสวยงามเมื่อสะท้อนกับแสงแดด (ดังนั้นควรค่าเหลือเกินที่จะมาดูตอนที่มีแดดนะจ๊ะเพื่อนๆ) Antelope มีทั้ง Upper กับ Lower Antelope สำหรับเราเลือกมาเที่ยวแค่ Lower Antelope เพราะเวลาไม่พอและ Lower Antelope เดินง่ายกว่า Upper Antelope

การเที่ยว Antelope ต้องมากับไกด์หรือทัวร์พื้นเมืองเท่านั้น เพราะมีความเสี่ยงเรื่องฝนตกแล้วจะมีน้ำท่วมไหลหลากแล้วเราอาจจะเสียชีวิตอยู่ใต้ร่องน้ำนั้นได้

เราจองทัวร์ Lower Antelope ทาง online ตั้งแต่อยู่เมืองไทยไป โดยดูรีวิวจากใน tripadvisor ว่าบริษัทไหนพอจะโอเค ค่าเข้าชมอยู่ที่ $40/คน

Link : https://www.antelopecanyon-x.com/

ทัวร์จะมีให้เลือกสองแบบ คือ แบบธรรมดา ใช้เวลา 1-1.30 ชม และแบบถ่ายรูปโดยเฉพาะ ใช้เวลา 2.30-3 ชม (อันหลังจะนานหน่อยเพราะสำหรับถ่ายรูปเฉพาะจริงๆ และราคาแพงกว่า) เราเลือกแบบแรกกันค่ะ

เราไปจอดรถที่จุดนัดพบของบริษัท แล้วนั่งรถรับส่งของบริษัทเข้าไปยังพื้นที่ของ Lower Antelope Canyon กัน ทางบริษัทจะมีน้ำไว้บริการด้วย ป้องกันอาการขาดน้ำที่อาจจะเกิดขึ้น

การเดินชม Lower Antelope จะมีเจ้าหน้าที่ยืนให้ความช่วยเหลือในแต่ละจุดของเส้นทาง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะมี tip ให้ว่าถ่ายรูปตรงไหนยังไงถึงสวยด้วย

วันที่ไป เลือกไปตอน 9.00 AM แดดก็ไม่ค่อยเยอะ แอบผิดหวังเล็กน้อย

สำหรับเรา เราขอบอกเล่ากับเพื่อนๆเลยว่า มาตอนที่มีแดดเถอะ ไม่งั้นสิ่งที่คิดไว้จะไม่เหมือนสิ่งที่ตาเห็นเลย Antelope นี้จะสวยได้ต่อเมื่อมีแสงมาตกกระทบตรงริ้วรอยบนเนื้อหิน และเราคิดว่าแสงในแต่ละเวลา หรือแต่ละฤดูก็จะให้ความสวยงามของ Antelope ที่แตกต่างกัน ดังนั้นถ้าฟ้าครึ้ม เพื่อนๆก็ทำใจไว้หน่อยว่า ภาพที่คิดนั้นอาจจะไม่เหมือนสิ่งที่จะเห็น

HorseShoe Bend

Horseshoe Bend หรือ โค้งเกือกม้าที่สูงจากระดับแม่น้ำโคโลราโด้ถึง 1,000 กว่าฟุต (สูงและเสียวมากทีเดียว) ตั้งอยู่ที่เมือง Page, รัฐ Arizona ใกล้ๆกับ Lower Antelope ที่เราเพิ่งไปทัวร์กันมา

Horseshoe Bend ไปไม่ยากเพราะติดกับถนนสายหลักเส้นใหญ่ และไม่เสียค่าเข้าใดๆ เพียงเราจอดรถที่ลานจอดรถ และเดินเท้าเข้าไปอีกสัก 20 นาทีเราก็จะเห็นจุดชมวิว Horseshoe Bend แห่งนี้กัน

ระหว่างเดินขึ้นไปดู Horseshoe Bend จะเป็นทั้งเนินขึ้นลงบนทรายดินสีแดง ที่ที่เราไม่คิดเลยว่าข้างหน้าเราจะได้พบกับความสูงเสียว และยิ่งใหญ่ของโค้งเกือกม้าอยู่จริงๆ

Horseshoe Bend ที่เคยเห็นในรูป ต่างจากของจริงมาก คือไม่ใช่ว่าไม่สวยนะ คือสวยมากและสูงมาก ที่สำคัญบริเวณจุดชมวิวโค้งแม่น้ำนี้สูงจากระดับแม่น้ำข้างล่างมากและไม่มีแผงกั้นกันนักท่องเที่ยวตกลงไปเลย เพื่อนๆใจกล้าแค่ไหนก็สามารถเข้าไปใกล้ขอบผาได้มากแค่นั้นเลยจริงๆ (พี่ละกลัวใจตัวเอง มองลงไปก็หน้ามืดแล้ว)

จุดชมวิวโค้งเกือกม้า มองลงไปจะเห็นน้ำนิ่งเขียวเหลือมๆ โค้งรับกับผาเขาหินที่โดนน้ำกัดเซาะออกมาเป็นรูปโค้งเกือกม้า

นักท่องเที่ยวจะเยอะมาก พยายามที่จะถ่ายรูปให้ใกล้ขอบผาที่สุด เราแนะนำให้เพื่อนๆปีนป่ายกันอย่างระวัง ใจเย็นๆต่อคิวเข้าแถวถ่ายรูปกับมุมยอดฮิตกันดีกว่า อย่าไปเบียดกันเลย

Zion National Park

อุทยานแห่งชาติ Zion Natinoal Park หนึ่งในอุทยานชื่อดังทั้งห้าของรัฐ Utah ที่ที่เรามาทำกิจกรรม outdoor กันแบบไม่ธรรมดา

เราใช้บัตร Annual Pass ที่ซื้อมาตั้งแต่แกรนด์แคนยอนเพื่อเข้าไปเที่ยว Zion กัน จากปากทางถึงตัวอุทยานเราจะผ่านวิวทิวทัศน์รายล้อมไปด้วยภูเขาใหญ่โค้งคดไปมาตลอดเส้นถนน

เราจะจอดรถทิ้งไว้ที่ Visitor Center แล้วนั่งรถ shuttle bus ต่อกันไปถึงจุด Temple of Sinawava (Riverside walk) เพราะว่าภารกิจวันนี้ของเราคือ การ trekking ที่ The narrow กันค่ะ

การจะ trekking ที่ the narrow เราจะต้องเชคกับทาง visitor center ด้วยว่าสภาพอากาศและปริมาณระดับน้ำนั้นเหมาะไหมกับการเดิน trekking เพราะจะค่อนข้างอันตรายหากปริมาณน้ำมากและเกิดน้ำป่าไหลหลากแบบฉบับพลันด้วย

ปกติแล้วการจะมาเดิน trekking แบบนี้ต้องมีการเตรียมพร้อมนอกจากตัวเอง แล้วอุปกรณ์ต้องครบด้วย ที่อุทยานจะมีให้เช่าุชดและรองเท้าสำหรับเดินลุยน้ำโดยเฉพาะ เพราะมันจะกันความเย็นและชุ่มจากน้ำได้ด้วย

ระยะทางเดินไปกลับเกือบจะสองชมได้ ทางเข้าช่วงแรก ระดับน้ำไม่ได้สูงมาก เดินเข้าไปเรื่อยๆจะเหมือนเดินอยู่ในลำธารเลย

ตอนแรกที่คิดคือน้ำแค่ครึ่งเข่าก็ว่าน่าจะเยอะมากแล้ว พอไปเจอของจริงคือน้ำท่วมเอว และที่สำคัญน้ำเย็นมากที่สุด แรกๆคิดว่าไหว แต่แช่ไปนานๆถึงขั้นตะคริวกินเอา

จบทริปกับตัวชุ่มๆและความประทับใจกับอุทยานแห่งชาติ Zion อีกทีหนึ่ง การเดิน trekking แบบนี้ค่อนข้างลำบาก เดินต้องระวังลื่นกันด้วยเพราะในน้ำมีแต่หินกรวด แต่วิวทิวทัศน์ยอมรับเลยว่าสวยมาก (อีกแล้ว) และเป็นประสบการณ์ใหม่ที่เราเพิ่งเคยจะได้ลอง

ทิวทัศน์ของอุทยานให้ความรุ้สึกเหมือนอยู่บนดาวอังคารเลย

GoAroundwithYo :

ถ้าจะบอกว่าที่ไหนดีกว่าที่ไหน เราคงเลือกไม่ได้เลย ทุกอุทยานหรือทุกที่ๆเราได้ไปมาคราวนี้ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจริงๆ เราสังเกตได้อย่างหนึ่งที่เที่ยวของอเมริกาฝั่งตะวันตกส่วนใหญ่จะเน้นพวกกิจกรรม outdoor ไม่ว่าจะ trekking / hiking เป็นกิจกรรมที่ใช้แรง มากกว่าจะเดินสวยๆชอปปิ้งหรือดูสถาปัตยกรรม ถ้าจะมาเที่ยวให้ได้ครบทุกแห่งคงต้องฟิตร่างกายและมีเวลากันมากกว่านี้แล้วละเพื่อนๆ 😀

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s