West Coast Road Trip

หนึ่งในการเดินทางที่อยู่ใน wishlist ตั้งแต่วัยรุ่นที่อยากจะทำสักครั้ง คือ ไป Road Trip ที่ USA การเดินทางครั้งนี้ก็ไม่ธรรมดาเพราะเป็น big family road trip ทริปครอบครัวใหญ่ใครว่าจะเป็นไปไม่ได้ใช่มั้ยหละ? หลายคนก็สนุกกว่าอยู่แล้ว ว่าแล้วมาเริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้กัน 😉

No comments

หนึ่งในการเดินทางที่อยู่ใน wishlist ตั้งแต่วัยรุ่นที่อยากจะทำสักครั้ง คือ ไป Road Trip ที่ USA การเดินทางครั้งนี้ก็ไม่ธรรมดาเพราะเป็น big family road trip ทริปครอบครัวใหญ่ใครว่าจะเป็นไปไม่ได้ใช่มั้ยหละ? หลายคนก็สนุกกว่าอยู่แล้ว ว่าแล้วมาเริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้กัน 😉

Where to go

เส้นทาง road trip คราวนี้ใช้เวลาไปทั้งหมด 10 วัน เดินทางไป-กลับจาก Los Angeles, California เราจองตั๋วได้ตอนราคาโปรราคา 29,xxx บาท/คน ของสายการบิน ANA ที่ต้องแวะเปลี่ยนเครื่องกันที่สนามบิน Narita, Tokyo ญี่ปุ่น

การเดินทางของเราวนอยู่ที่ 4 รัฐใหญ่ๆเริ่มด้วย California, Nevada, Arizona, และ Utah

การเดินทางภายในทริปนอกจากจะขับรถ แล้วเรายังใช้บริการสายการบินในประเทศระหว่างเมือง Las Vegas, Nevada กับเมือง San Francisco, California กันอีกด้วย

Visa

การขอวีซ่าอเมริกาที่ทุกคนมีความกังวลว่ายากนักยากหนา ทางเราก็กังวลเหมือนกันเพราะต้องเตรียมข้อมูลของทั้งทริป 6 คนให้พร้อม ตอนแรกเราเห็นแค่แบบฟอร์ม online ต้องกรอกเป็นสิบหน้าเราก็ปาดเหงื่อแล้ว ไหนจะมีด่านสัมภาษณ์กันอีก (เยอะกว่าขอวีซ่าเช้งเก้นเป็นไหนๆ) แต่พอได้วีซ่า 10 ปีมาทุกคนแล้วสบายใจขึ้นเยอะเลย อยากจะไปอเมริกาอีกเมื่อไหร่ก็สบายหละ

แบบฟอร์ม Visa Link : https://ceac.state.gov/genniv/

แบบฟอร์มยื่นขอ Visa Link : http://www.ustraveldocs.com/th/

เรามาบอก Tips ที่เราคิดว่ามีประโยชน์กับเพื่อนๆกันดีกว่า (ยาวหน่อยแต่เราอยากบอกจริงๆ)

  • เลือกประเภทวีซ่าให้ถูกต้อง เราจะไปเที่ยวก็ต้องเลือก B-2 Tourist Visa สำหรับการเดินทางท่องเที่ยว
  • การกรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม online (DS-160) ของแต่ละคนอาจจะมีคำถามที่ต่างกัน เราแนะนำไม่ให้ copy and paste นะ ให้ค่อยๆกรอกแต่ละข้อ (ถ้าไม่เสร็จ ก็ save เก็บไว้แล้วค่อยมาทำต่อได้) ที่สำคัญที่สุดเราต้องกรอกความจริงทุกประการ
  • รูปถ่าย เพราะเราต้อง upload รูปลง online ตอนถ่ายเอาให้ชัดเจนตามกฎระเบียบที่สถานฑูตกำหนด และขอไฟล์มาด้วยเพื่อใช้อัพลงระบบ online ไปเลย
  • การนัดหมายและจ่ายเงิน เราต้องไปจ่ายเงินก่อนถึงจะทำนัดหมายได้ (เราไปจ่ายธนาคารกรุงศรี เพราะมันเร็วกว่าธนาคารอื่น) จ่ายเงินครั้งเดียวสำหรับทุกคนพร้อมกันได้นะเพราะเราจะได้จองคิวครั้งเดียว
  • เมื่อถึงวันสัมภาษณ์ ไปก่อนสัก 15 นาที เราจอดรถกันที่อาคารสินธร ตรงข้ามกับสถานฑูต เสียค่าจอดรถค่ะ แต่ถ้าใช้บริการอย่างอื่นในตึกก็ประทับตรากันได้
  • เอกสารที่เตรียมไป เราเอาเอกสารตัวจริงที่เราคิดว่ามันจะช่วย support เราว่าเป็นนักท่องเที่ยวจริงๆ ไปเผื่อด้วย เพราะใน List ของสถานฑูตไม่ได้บอกแบบชัดๆว่าต้องการเอกสารอะไร ดังนั้นถ้าเพื่อนๆคิดว่ามันจะช่วยให้เรามีความน่าเชื่อถือก็เตรียมไปเผื่อนะ เช่น เอกสารการเงิน เอกสารเจ้าของบริษัท เอกสารพนักงานบริษัท (แม้ว่าสุดท้ายทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้ขอดูเอกสารเพิ่มเติมอะไรเลยจากกรุ๊ปเราก็ตาม ยกเว้นพาสปอร์ตเล่มเก่าที่มีวีซ่าอเมริกา) เราแนะนำทำเป็นแฟ้มแต่ละสมาชิกเลย หยิบจับสะดวกเวลาเจ้าหน้าที่สัมภาษณ์หรือขอดูเอกสารเพิ่มเติม
  • สแกนนิ้ว เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่ลายมือจะเห็นไม่ค่อยชัดกัน เราแนะนำทาครีมให้นิ้วชุ่มชื้นเราว่าช่วยได้
  • ด่านตรวจเอกสารก่อนสัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่ไทยจะตรวจเชคเอกสารและรูปเพิ่มเติม ถ้ารูปไม่ชัด เค้าจะขอรูปเราเพื่อสแกนใหม่ และจะมีถามคำถามบ้าง เราขอบอกว่าต้องตอบตามความจริงทุกประการ อาทิเช่น เรื่องการเปลี่ยนชื่อสกุลมานานแล้ว ขนาดตัวเจ้าตัวยังจำยังไม่ได้ แต่เจ้าหน้าที่รู้ได้งัยก็ไม่รู้ (แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ขอเอกสารเปลี่ยนชื่อสกุลนะ)
  • ด่านสัมภาษณ์สุดท้ายกับเจ้าหน้าที่ต่างชาติ (มีทั้งพูดไทยได้และอังกฤษล้วน) เราไปเป็นกรุ๊ปก็สัมภาษณ์เป็นกรุ๊ป ตอบแทนคุณพ่อคุณแม่ได้ค่ะ ไม่ต้องห่วง คำถามมีไม่มากเลย แค่ถามแพลนเที่ยว สถานภาพแต่งงาน และจบ (เร็วกว่าตอนกรอกแบบฟอร์มวีซ่าเสียอีก) ส่วนเรายืนยันว่าสัมภาษณ์ไม่ได้ยากเท่าที่เราคิดไว้ตอนแรก แต่ก็ขอย้ำอีกทีว่าเราควรตอบตามความจริงทุกประการ
  • สุดท้ายไม่มั่นใจอะไร โทรไปถามที่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการลูกค้ากรมศุลเลยค่ะ (02 105 4110)

เราขอแนะนำกูรูที่ให้ข้อมูลศึกษาการขอวีซ่าและผ่านฉลุยกันหน่อย (กราบสิบที)

Link : https://2baht.com/usa-visa-howto/

Link : https://www.2morrowexplorer.com/blogs/detail/visa-usa

Car rental

การเช่ารถขับที่ประเทศอเมริกา ก็ไม่ได้ยุ่งยาก นำใบขับขี่และใบขับขี่สากลมากันด้วยนะ เรามารับรถกันที่ Sixt Car Rental ด้านนอกสนามบิน LAX, Los Angeles เราสามารถนั่งรถ shuttle รับส่งระหว่างสนามบินกับ Car Rental กันได้เลย

แต่ถ้าที่ San Francisco จุดรับรถ Enterprise Car Rental จะต้องนั่งรถไฟฟ้าเชื่อมระหว่างตึกรับรถกับตัวสนามบินภายในประเทศ

ส่วนจะเช่ารถของบริษัทไหน เราว่าเพื่อนๆเปรียบเทียบราคาดูจากแต่ละเวบไซต์ของบริษัทเช่ารถเอาดูดีกว่าค่ะ เพราะคุณภาพรถไม่ได้แตกต่างกันมาก หรืออาจจะเลือกจากจุดรับและคืนรถที่เราสะดวก แล้วจองผ่าน online เพื่อความสะดวกกันมาเลย

โดน Warning ticket มาหนึ่งใบจากการขับความเร็วเกินกำหนด ตำรวจจะสุ่มอยู่แบบโผล่มาไม่รู้ตัวเลยจริงๆ

ก่อนรับรถเช่า พนักงานจะแนะนำให้เราซื้อประกันการเดินทางเพิ่ม เราว่าขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบ้านเลยนะ ว่ามั่นใจแค่ไหน รถที่นี่ขับพวงมาลัยซ้าย ตรงข้ามกับบ้านเรา ขับแรกๆอาจจะต้องมีการจูนสมองกันหน่อย การขับรถที่นี่เข้มงวดเรื่องความเร็วมากๆ เพื่อนๆควรขับภายในความเร็วที่กำหนด หากขับช้าชิดซ้ายจะดีกว่า ไม่งั้นอาจจะโดนวี๊ดจากคันข้างหลังได้ สำหรับเราขับในเมืองจะไม่ค่อยโดนเรื่องความเร็ว ขับนอกเมืองจะเสี่ยงกว่าเยอะ และที่สำคัญอีกอย่างคือ “หยุดรถให้คนข้ามถนนเสมอ”

ส่วนเรื่องเติมน้ำมัน ปั๊มน้ำมันหาไม่ยาก มีตามทางหลวงของแต่ละเมืองเยอะอยู่ ส่วนใหญ่เป็นปั๊มบริการช่วยเหลือตัวเอง ลองไปเป็นเด็กปั๊มกันดูบ้างค่า ถ้าจะจ่ายบัตรเครดิตก็เสียบบัตรกับตู้เติมน้ำมันได้เลย แต่ถ้าจ่ายเงินสด ต้องเข้าไปจ่ายเงินในร้านค้าในปั๊มก่อนถึงจะเติมน้ำมันได้

Where to stay

ทริปคราวนี้ เรามีพักทั้งแบบโรงแรม บ้าน AirBnB และ ที่พักในอุทยานแห่งชาติ ซึ่งจะได้อารมณ์แตกต่างกันไป

โรงแรมเชนชื่อดังที่เราเลือกพักใน Zion

ด้วยความที่เราไปแบบ Big family road trip มีสมาชิกร่วมจะสิบคน (ต้องใช้รถสองคันกันเลย) ที่พักที่เหมาะกับเราจริงๆน่าจะเป็นบ้านแบบ AirBnB ซึ่งเราสามารถหาได้ที่เมืองใหญ่ๆอย่าง Los Angeles หรือ San Francisco และถือเป็นบ้านพักที่ดีทีเดียว

บ้านพัก AirBnB ที่ Los Angeles เป็นบ้าน 3ห้องนอน 3 ห้องน้ำอยู่แถว Venice beach (ตอนเช้าใครชอบวิ่งก็ไปจ๊อกกิ่งกันได้) พื้นที่กว้างทั้งในและรอบตัวบ้าน จอดรถสองคันได้สบายๆ สำหรับพวกเราถือว่าเป็นที่พักที่ทำให้เรารู้สึกว่าการไปเที่ยวแล้วไม่จำเป็นต้องอยู่ข้างนอกตลอดเวลา ที่พักไม่ใช่แค่เอาไว้นอนอย่างเดียว 😊

Cr. Host from AirBnB website

บ้านพัก AirBnB ที่ San Fransico ให้อารมณ์เหมือนอยู่บ้านเพราะข้าวของเครื่องใช้ของเจ้าของบ้านยังมีวางไว้อยู่เลย ส่วนทำเลlocationของบ้านเป็นลักษณะที่เรียงติดๆกันบนแนวถนนราบขึ้นเนินแบบฉบับของเมืองSan Francisco ตัวบ้านประกอบด้วย 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอยเหลือเฟือ (อยู่กัน 8 คนไม่ได้รู้สึกอึดอัด) แถมสวนหลังบ้านให้ด้วย

Host เจ้าของบ้านน่ารักมาก เตรียม bakery from local shop ไว้ให้เป็นน้ำใจเล็กๆน้อย แต่สำหรับคนที่คาดหวังเรื่อง spotlessly clean อาจจะผิดหวังเล็กน้อย ก็อย่างที่บอกแล้วว่ามาพักเหมือนอยู่บ้าน

บ้านพักที่ Yosemite เป็นกระท่อมในป่าใหญ่ดูคล้ายๆหนังสยองขวัญเลย

ส่วนที่ยากสำหรับการหาที่พักให้กับเราในทริปนี้คือ อุทยานแห่งชาติทั้ง Grand canyon และ Yosemite ด้วยความที่อยากจะพักอยู่ในอุทยานเพื่อจะไปเที่ยวเล่นกันได้แต่เช้า และกลับมาดึกๆไม่ต้องออกมาไกล ตัวเลือกของเราจะเหลือแค่บ้านพักอุทยาน ซึ่งพวกเราก็ต้องเลือกตัวเลือกนี้กันค่ะ

What to eat

เราใช้หาข้อมูลกันจาก tripadvisor กับ yelp คล้ายๆ wongnai บ้านเรา ที่เอาไว้ดูรีวิวแนะนำของกินเด็ดๆในแต่ละที่แต่ละเมือง เพื่อนๆลองดูกัน

กินง่ายๆและกินบ่อยๆก็คงหนีไม่พ้นอาหาร Fast Food Chain ต่างๆอย่างเช่น Wendy’s


อาหารเช้าสุขภาพดีที่ San Francisco

กาแฟแก้วโปรดของร้าน Intelligentsia Coffee ที่ L.A.

เอาหละ เตรียมความพร้อมก็เสร็จแล้ว เราก็พร้อมกันที่จะออกเดินทางไปกับความฝัน west coast road trip กันแล้วค้า เจอกัน #แอ๊วเวสโค้ดโกโรดทริป


GoaroundwithYo :

ประเทศอเมริกาเป็นประเทศที่ใหญ่มาก และมีที่ท่องเที่ยวแถบจะทุกอนูของประเทศ เราแนะนำให้เพื่อนๆเก็บเป็นฝั่งๆ ส่วนๆ แยกกันไป และไปให้เหมาะกับฤดูที่น่าจะเที่ยวของพื้นที่นั้นๆ มันจะทำให้ความสวยที่มีดีอยู่แล้ว มันจะพุ่งความเด็ดขึ้นไปอีก เช่น Antelope ไม่ควรไปตอนหน้าฝน นอกจากจะไม่ได้ดูแล้ว ถ่ายรูปแบบไร้แสง ไม่สวยเลย หรือ Grand Canyon ก็ไม่ควรจะไปหน้าร้อนเลย เพราะเราอาจจะขาดน้ำตอน hiking แต่ก็ไม่ควรไปหน้าหนาวเพราะมันจะหนาวหิมะถล่มจนทำอะไรไม่ได้ ตอนนี้เราคิดว่า “เมกาเจอกันอีกหลายๆทีน้า”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s